ในไม่กี่วันที่ผ่านมา บริษัท Asahi Kasei ผู้ผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ชื่อดังของญี่ปุ่น ได้ประกาศหยุดการผลิตอุปกรณ์ LED UVC และมุ่งเน้นทรัพยากรไปยังการวิจัยและพัฒนาและการนำเทคโนโลยีฐาน AlN (Aluminum Nitride) มาใช้งานอย่างกว้างขวาง กลยุทธ์นี้สะท้อนถึงการเปลี่ยนแปลงทางด้านเทคนิคของบริษัทในอุตสาหกรรม LED ที่มุ่งหน้าไปยังวัสดุที่มีค่าเพิ่มสูงมากขึ้น พร้อมทั้งแสดงให้เห็นถึงการปรับโครงสร้างตลาด LED UVC ในปัจจุบัน
Asahi Kasei ระบุว่า ด้วยการขยายขอบเขตการใช้งานของ LED UVC จากช่วงเดิม เช่น การฆ่าเชื้อ ไปยังหลายสาขา เช่น ด้านการแพทย์ อุตสาหกรรม และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์สำหรับผู้บริโภค ชุดผลิตภัณฑ์เดิมของบริษัทจึงไม่สามารถตอบสนองความต้องการด้านประสิทธิภาพและความน่าเชื่อถือที่เพิ่มขึ้นได้อีกต่อไป ดังนั้น บริษัทจึงตัดสินใจหยุดการผลิตเชิงพาณิชย์ของอุปกรณ์ LED UVC และหันมาลงทุนมากขึ้นในด้านฐาน AlN ซึ่งเป็นวัสดุฐานสำหรับชิปเซมิคอนดักเตอร์รุ่นใหม่ มีคุณสมบัติในการนำความร้อนที่ดี ความเสถียรทางเคมี และคุณสมบัติฉนวนไฟฟ้าที่ยอดเยี่ยม ทำให้เหมาะสำหรับการผลิตอุปกรณ์ LED ที่มีกำลังสูง ความถี่สูง และสภาพแวดล้อมที่มีอุณหภูมิสูง
ตามการวิเคราะห์ของอุตสาหกรรม แม้ว่าการใช้งานฐาน AlN ใน LED UVC จะอยู่ในขั้นตอนเริ่มต้น แต่ศักยภาพของมันได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวาง กลยุทธ์การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ของ Asahi Kasei อาจช่วยเร่งการนำฐาน AlN มาใช้งานอย่างแพร่หลายในอุตสาหกรรม LED UVC ทั้งนี้ยังเปิดโอกาสใหม่ๆ ให้กับบริษัทในประเทศจีนที่เกี่ยวข้องในการพัฒนาเทคโนโลยีและแนวทางการดำเนินงาน
ในประเทศจีน GOPRO LED ซึ่งเป็นผู้ให้บริการโซลูชัน LED ชั้นนำ ได้สะสมประสบการณ์ด้านเทคโนโลยีในด้าน LED UVC อย่างลึกซึ้ง บริษัทได้ปรับปรุงประสิทธิภาพแสงและอายุการใช้งานของผลิตภัณฑ์ LED UVC อย่างต่อเนื่อง รวมถึงมุ่งหน้าไปยังการวิจัยและการประยุกต์ใช้วัสดุฐานใหม่ๆ เป็นประจำ ตามแนวโน้มการพัฒนาเทคโนโลยีในอุตสาหกรรม GOPRO LED กล่าวว่าจะติดตามการพัฒนาของฐาน AlN อย่างใกล้ชิด และเมื่อเหมาะสมจะเริ่มนำเทคโนโลยีดังกล่าวเข้ามาใช้งาน
โดยรวมแล้ว ข้อตัดสินใจของ Asahi Kasei สะท้อนถึงความสามารถในการคาดการณ์แนวโน้มตลาดที่แม่นยำ พร้อมทั้งเสนอข้อมูลสำคัญสำหรับการพัฒนาห่วงโซ่อุปทาน LED UVC ทั่วโลก อนาคต ด้วยการพัฒนาเทคโนโลยีฐาน AlN ที่มีความสุกงอมและต้นทุนลดลง ขอบเขตการใช้งานของ LED UVC จะยิ่งขยายตัวมากขึ้น ส่งผลให้ทั้งอุตสาหกรรมก้าวสู่ระดับการพัฒนาเชิงนวัตกรรมที่สูงยิ่งขึ้น
แหล่งที่มา:LEDinside



