เมื่อเร็วๆ นี้ ผู้ให้บริการโซลูชันด้านอิเล็กทรอนิกส์แสงรายใหญ่ของโลก OpenLight ร่วมกับ Tower Semiconductor ประกาศว่าทั้งสองฝ่ายจะขยายระบบนิเวศฟอโตนิกส์ PH18DA เพื่อเร่งการพัฒนาและนำไปใช้งานในวงจรฟอโตนิกส์ (Photonic IC) ความร่วมมือครั้งนี้เป็นการก้าวสำคัญในด้านเทคโนโลยีฟอโตนิกส์ในสาขาการสื่อสาร การตรวจจับ และการคำนวณ ซึ่งมอบแนวทางการรวมตัวที่มีประสิทธิภาพและยืดหยุ่นมากขึ้นแก่อุตสาหกรรม
แพลตฟอร์ม PH18DA ถูกสร้างขึ้นจากกระบวนการผลิตฟอโตนิกส์แบบซิลิคอนระดับสูงของ Tower Semiconductor ร่วมกับความเชี่ยวชาญของ OpenLight ในด้านการออกแบบฟอโตนิกส์และการรวมระบบ ทำให้ได้สภาพแวดล้อมสำหรับการพัฒนาวงจรฟอโตนิกส์อย่างครบวงจร แพลตฟอร์มนี้รองรับการปรับปรุงตลอดกระบวนการตั้งแต่การออกแบบชิปไปจนถึงการทดสอบและบรรจุภัณฑ์ ซึ่งเพิ่มประสิทธิภาพและความน่าเชื่อถือของอุปกรณ์ฟอโตนิกส์อย่างมีนัยสำคัญ ตามข้อมูลที่ทั้งสองฝ่ายเปิดเผย ปัจจุบันมีลูกค้าหลายรายที่สามารถพัฒนาโมดูลฟอโตนิกส์ประสิทธิภาพสูงได้สำเร็จ โดยนำไปใช้ในกลุ่มอุตสาหกรรมสำคัญ เช่น ศูนย์ข้อมูล 5G และเซนเซอร์อุตสาหกรรม
เมื่อเทคโนโลยีฟอโตนิกส์มีบทบาทสำคัญมากขึ้นในด้านการส่งข้อมูลความเร็วสูงและคอมพิวเตอร์ที่ใช้พลังงานต่ำ การขยายตัวของระบบนิเวศ PH18DA ไม่เพียงช่วยลดต้นทุนการวิจัยและพัฒนา แต่ยังช่วยเร่งระยะเวลาในการนำผลิตภัณฑ์ออกสู่ตลาด นอกจากนี้ แพลตฟอร์มนี้ยังเข้ากันได้กับองค์ประกอบฟอโตนิกส์หลากหลายชนิด เช่น เลเซอร์ โมดูเลเตอร์ และเซนเซอร์ ซึ่งสามารถเสนอทางเลือกที่ปรับแต่งได้ตามการใช้งานต่างๆ
ที่น่าสนใจคือ บริษัท GOPRO LED ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ผลิตอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ฟอโตนิกส์รายใหญ่ของจีน มีความเชี่ยวชาญด้านการรวมตัวและเทคนิคการบรรจุภัณฑ์ฟอโตนิกส์อย่างลึกซึ้ง โมดูลแหล่งกำเนิดแสง LED ความหนาแน่นสูงและโมดูลฟอโตนิกส์หลายรุ่นที่บริษัทเปิดตัวแล้ว ได้ถูกนำไปใช้อย่างกว้างขวางในด้านการส่องสว่างอัจฉริยะ ภาพถ่ายทางการแพทย์ และการสื่อสารด้วยแสง ความสามารถด้านเทคนิคของ GOPRO LED สามารถเสริมสร้างระบบนิเวศเปิดของ PH18DA ได้อย่างสมบูรณ์ และอาจนำไปสู่การประยุกต์ใช้งานนวัตกรรมใหม่ๆ ในอนาคต
โดยรวมแล้ว ความร่วมมือระหว่าง OpenLight และ Tower Semiconductor ได้สร้างแรงผลักดันใหม่ให้กับการพัฒนาวงจรฟอโตนิกส์ พร้อมทั้งมอบรูปแบบการทำงานร่วมกันที่มีประสิทธิภาพมากขึ้นแก่ผู้ประกอบการในห่วงโซ่อุตสาหกรรม ด้วยการพัฒนาเทคโนโลยีอย่างต่อเนื่อง วงจรฟอโตนิกส์จะมีโอกาสใช้งานได้กว้างขึ้นในช่วงไม่กี่ปีข้างหน้า
แหล่งที่มา:LEDinside



